หน้าหลัก > ข่าว > ข่าวประชาสัมพันธ์ > อาจารย์สาขาวิชานิติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ร่วมโครงการกำลังใจในพระดำริฯ ให้ความรู้ด้านกฏหมายผู้แก่ผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี
อาจารย์สาขาวิชานิติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ร่วมโครงการกำลังใจในพระดำริฯ ให้ความรู้ด้านกฏหมายผู้แก่ผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี

ผู้ดูแลเว็บ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
2020-09-05 11:27:08

อาจารย์สาขาวิชานิติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  ร่วมโครงการกำลังใจในพระดำริฯ ให้ความรู้ด้านกฏหมายผู้แก่ผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี

         โครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา กองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม จัดโครงการอบรมให้ความรู้และให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแก่ผู้ต้องขัง ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 13 - 14 สิงหาคม 2563 ณ เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีคณะวิทยากรได้แก่ อาจารย์ธนวัฒ พิสิฐจินดา อาจารย์ประจำสาขาวิชานิติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา นายศุภวุฒิ ปาติมานนท์ และนางสาวนริษา กาบตุ้ม โดยมีหัวข้อบรรยาย ดังนี้
          หัวข้อที่ 1.ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคดีอาญาและคดีแพ่ง
          หัวข้อที่ 2.ความผิดอาญาพื้นฐานที่ประชาชนควรรู้
          หัวข้อที่ 3.จุดเริ่มต้นของกระบวนการยุติธรรม (ชั้นสืบสวน)
          หัวข้อที่ 4.จุดเริ่มต้นของกระบวนการยุติธรรม (ชั้นสอบสวน)
          หัวข้อที่ 5.เราอยู่ส่วนไหนของกระบวนการยุติธรรม
          หัวข้อที่ 6. ผู้ต้องขัง คือ ใคร
นอกจากนี้ ในจำนวนผู้ต้องขังหญิงจำนวน 46 คน มีผู้ขอคำปรึกษาจำนวน 23 คน = 50% จากผู้ต้องขังที่เข้ารับการอบรมทั้งหมด ผลการอบรมพบว่าระหว่างผู้ต้องขังชายและผู้ต้องขังหญิงที่เข้าร่วมโครงการอบรมให้ความรู้และให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแก่ผู้ต้องขังครั้งที่ 1 กับครั้งที่ 2 พบว่า
          1.แบบทดสอบก่อนเรียนชุดที่ 1 (ปรนัย) ผู้ต้องขังชายมีความรู้อยู่ในเกณฑ์น้อย 71.1 % และผู้ต้องขังหญิงอยู่ในเกณฑ์น้อย 100 %
          2.แบบทดสอบหลังเรียนชุดที่ 1 (ปรนัย) ผู้ต้องขังชายมีความรู้อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง 66.6 % และผู้ต้องขังหญิงอยู่ในเกณฑ์มาก 36.9 %
สรุปว่าผู้ต้องขังหญิงมีผลพัฒนาความรู้ด้านกฎหมายมากขึ้น
          3.แบบทดสอบก่อนเรียนชุดที่ 2 (แบบถูก/ผิด) ผู้ต้องขังชายมีความรู้อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง 60 % และผู้ต้องขังหญิงอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง 54.3 %
      4.แบบทดสอบหลังเรียนชุดที่ 2 (แบบถูก/ผิด) ผู้ต้องขังชายมีความรู้อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง 60 % และผู้ต้องขังหญิงมีความรู้อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง 60.8 %
สรุปว่าผู้ต้องขังหญิงและผู้ต้องขังชายมีผลพัฒนาความรู้ด้านกฎหมายอยู่ในระดับเดียวกัน

Cr : ภาพและข้อมูลจาก โครงการกำลังใจในพระดำริฯ

อ่านเพิ่มเติม....pdf