หน้าหลัก > ข่าว > ข่าวประชาสัมพันธ์ > นสพ.กรุงเทพธุรกิจ เผยบทความ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ฯ สวนสุนันทา "แนวคิดจัดการน้ำแบบองค์รวม รับเมืองขยายตัวพื้นที่ อีอีซี”
นสพ.กรุงเทพธุรกิจ เผยบทความ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ฯ สวนสุนันทา "แนวคิดจัดการน้ำแบบองค์รวม รับเมืองขยายตัวพื้นที่ อีอีซี”

ผู้ดูแลเว็บ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
02 ธันวาคม 2562 11:48:39


นสพ.กรุงเทพธุรกิจ เผยบทความ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ฯ สวนสุนันทา "แนวคิดจัดการน้ำแบบองค์รวม รับเมืองขยายตัวพื้นที่ อีอีซี”

บทความโดย : อาจารย์คธาวุฒิ ไวยสุศรี สาขาวิชาภูมิศาสตร์และภูมิสารสนเทศ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

“เราไม่สามารถปฏิเสธความเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้” และแน่นอนในอนาคตอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้าระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ทำให้เกิดการขยายตัวของเมือง (Urbanization) ในเขต EEC จะขยายตัวอย่างรวดเร็วและเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ไม่ว่าจะเป็นย่านชุมชนใน จ.ฉะเชิงเทรา (แถบชุมทางสถานีรถไฟฉะเชิงเทรา), ย่านชานเมืองฝั่งตะวันออกของชลบุรี-บางแสน-ศรีราชา-แหลมฉบัง-บางละมุง-พัทยา-สัตหีบ และพื้นที่ฝั่งตะวันตกของมาบตาพุด จ.ระยอง

โดยการขยายตัวของเมืองในย่านดังกล่าวจะมีการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางคมนาคม ย่านอุตสาหกรรม ย่านธุรกิจและการค้าบริการ และเกิดอาคารที่อยู่อาศัยกระจายตัวเต็มพื้นที่

แต่ทว่าหากพัฒนาโดยปราศจากการคำนึงถึงการบริหารจัดการพิบัติภัยที่เกี่ยวข้องกับน้ำแบบองค์รวม เราอาจเห็นเหตุการณ์น้ำท่วมในย่านต่าง ๆ ดังที่กล่าวข้างต้น เกิดขึ้นซ้ำซากทุก ๆ ปี เป็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนเหตุการณ์น้ำท่วมใน กทม. ที่ยามใดเกิดมรสุมพาดผ่านเกิดฝนตกหนักสะสมเป็นระยะเวลานาน มักเกิดอุทกภัยฉับพลันอยู่บ่อยครั้ง เพราะสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางน้ำปิดกั้นการไหลของทางน้ำ บางพื้นที่หากไม่มีระบบการระบายน้ำที่ดียังเป็นตัวเร่งความรุนแรงและการเคลื่อนที่ของมวลน้ำไหลบ่าบนผิวดิน

อย่างเหตุการณ์น้ำท่วมเมืองชลแถวถนนชลบุรี-บ้านบึง เมื่อวันที่ 24 กันยายน 61 เหตุการณ์น้ำท่วมศรีราชา เมื่อวันที่ 23 กันยายน 62 แถบพัทยา-บางละมุง เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2562 และ17 กันยายน 2562 เป็นต้น ซึ่งเกิดบ่อยครั้งมากและแทบจะเป็นประจำทุกปีเพราะลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบชายฝั่งทะเล มีรูปแบบภูมิสัณฐานเป็นแนวเทือกเขาทอดตัวตามแนวเหนือ-ใต้ สลับกับที่ราบลูกฟูก และลาดเทลดระดับความสูงไปทางฝั่งตะวันตกจรดชายฝั่งทะเล สังเกตได้ว่าที่ราบริมชายฝั่งทะเลบริเวณรอบเมืองไม่มีพื้นที่รองรับน้ำและระบบระบายน้ำขนาดใหญ่ไม่เพียงพอ บางแห่งสร้างปิดทับทางน้ำเดิมไปจนหมดสิ้น

ดังนั้นหากต้องการแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างเป็นรูปธรรม ควรศึกษาเป็นระบบลุ่มน้ำ (Watershed Characteristic) ของลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตลอดแนวชายฝั่งตะวันออกในเขตพื้นที่ EEC และหาแนวทางพัฒนาพื้นที่แหล่งน้ำโดยการเร่งขุดคลองเพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด หากเกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างรุนแรง ดังเช่นโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ จังหวัดชุมพร และโครงการขุดคลองอู่ตะเภา ในอำเภอหาดใหญ่ตามพระราชดำริ ของในหลวง ร.9 ซึ่งทั้งสองโครงการ เป็นโครงการที่แก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรมมากที่สุด

ซึ่งการพัฒนาพื้นที่ของพระองค์ท่านมีทั้งรูปแบบคลองระบายน้ำลงทะเล และมีแก้มลิงไว้สำหรับกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ซึ่งในพื้นที่ EEC ควรมีการวางแผนและกำหนดกรอบนโยบายป้องกันและลดความเสียหายต่อการเกิดอุทกภัยน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยจัดทำข้อมูลให้เป็นรูปแบบเชิงพื้นที่สำหรับการจัดการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเป็นระบบเพื่อกำหนดแนวทางในการรองรับการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562

อ่านเพิ่มเติม....pdf